เหมียวๆ มะนุด เราหิวแล้ว

ถ้าคุณต้องการให้เป็นอาหารสดทำเอง คุณควรเลือกให้มีสัดส่วนของโปรตีนสูง, ลดไขมันเสีย, คาร์โบไฮเดรต, น้ำตาล และโซเดียมลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวลดน้ำหนัก คือ เนื้อปลาทะเลสด, อกไก่, ไข่ และมันฝรั่ง เป็นต้น

หมอแมวเมียว

Master
หน้าแรก เกี่ยวกับแมว อาหารแมว อ้วน ทำไงดี

เรื่องราวเกี่ยวกับ: อาหารแมว อ้วน ทำไงดี

วิธีดูแล แมวเป็นโรคอ้วน อย่างถูกวิธีและวิธีป้องกัน

แมวเป็นโรคอ้วน ควรกินอาหารอะไรดีที่สุด

แมวอ้วนใครๆก็ว่าน่ารัก ปกติมันก็น่ารักอยู่แล้ว แต่ถ้ายิ่งอ้วน ยิ่งน่ารัก น่าฟัดยิ่งกว่าเดิม ถ้าเจ้าเหมียวตัวอ้วนกลม อ้วนมากเกินไปก็ไม่ดี แต่อย่างไรก็ตามทาสแมวก็ยังอยากให้แมวอ้วนอยู่ใช่ไหมล่ะ เราแนะนำว่าให้แมวอ้วนได้แต่ไม่ควรที่จะเป็น โรคอ้วน โดยโรคอ้วนในแมวนั้น สามารถให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในเกือบทุกระบบและก่อให้เกิดโรคเบาหวาน โรคไขมันพอกตับ และข้อต่ออักเสบตามมาได้ ยิ่งเจ้าเหมียวเป็นพวกขี้เกียจ กินแล้วก็นอน ไม่ชอบวิ่งเล่น ก็ยิ่งอ้วนเร็วมากขึ้น


สิ่งที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับแมวที่เป็นแมวเป็นโรคอ้วน

โรคอ้วนเป็นปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยในแมว โรคอ้วน คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันที่เนื้อเยื่อไขมันมากเกินไป สาเหตุหลักของโรคอ้วน คือ การที่น้องแมวของเรากินมากเกินไปและขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้ โรคอ้วนทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆตามมา เช่น

      • โรคข้อกระดูกเสื่อม
      • โรคตับอ่อนอักเสบ
      • โรคเบาหวาน
      • โรคหัวใจและหลอดเลือด
      • โรคระบบทางเดินหายใจ
      • โรคระบบทางเดินปัสสาวะ
      • โรคตับเสื่อม ไขมันพอกตับ

ความเสี่ยงของแมวที่เป็นโรคเหล่านี้ จะพบ ในแมวที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ  ทาสแมวอย่างเราก็อยากจะให้น้องแมวอยู่กับเราไปนานๆ แต่ ความอ้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องแมว ไปก่อนวัยอันควรได้ สามารถติดตามรายละเอียดสาเหตุของโรคอ้วนและการดูแลได้ภายในบทความนี้

แมวเป็นโรคอ้วนเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

การเกิดโรคอ้วนในน้องแมวมีปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงหลากหลายปัจจัยด้วยกัน คือ

      • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม :การเลี้ยงระบบปิด เช่นในบ้าน คอนโด หรืออพาร์ตเมนต์ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอ้วน
      • พฤติกรรมของเจ้าของ :ให้อาหารแบบให้แมวกดกินได้ตลอดเวลา การให้อาหารแมวแบบบุฟเฟ่ต์หรือตามใจให้ขนมกินเล่นทุกครั้งที่น้องอ้อน เป็นปัจจัยของการเกิดโรคอ้วนในแมวทั้งสิ้น
      • อายุ : อายุของน้องแมวเพิ่มมากขึ้น ทำให้ทำกิจกรรมลดน้อยลง
      • กิจกรรม: แมวที่ไม่สามารถออกกำลังกายกลางแจ้งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้
      • การทำหมัน : น้องแมวที่ทำหมันแล้ว เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เป็น โรคอ้วน ได้ง่าย
      • เพศ : เพศเมียมีแนวโน้มอ้วนง่ายกว่าเพศผู้
      • ผิดปกติของฮอร์โมน : เช่น ไทรอยด์ต่ำ ทำให้อัตราการเผาผลาญต่ำลง หรือโรคฮอร์โมนต่อมหมวกไตสูง ส่งผลให้อัตราการเมตาบอลึซึมของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป
      • อาหาร: การให้อาหารสูตรที่เหมาะสมกับช่วงวัยของน้องแมวหรือการให้อาหารคนที่มีการปรุงรสก็อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้น้องแมวของเราเป็น โรคอ้วนได้

อาการของโรคอ้วนในแมว

สำหรับเจ้าของแมวที่รู้สึกกังวลใจว่าแมวของคุณจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือไม่? สามารถสังเกตอาการได้ดังต่อไปนี้

      • นอนมากขึ้น : น้องแมวอ้วนมักจะนอนมากขึ้น
      • เหนื่อยง่าย: ถ้าน้องแมวแสดงอาการเหนื่อยเร็วมากขึ้น นั่นอาจจะป็นสัญญาณ เตือนภัย ของ โรคอ้วน มาเยือนน้องแมวของเราแล้ว
      • ไม่ขึ้นที่สูง :ถ้าน้องแมวมีพฤกรรมไม่ชอบกระโดดขึ้นที่สูง เนื่องจากน้ำหนักมากและข้อต่อทำงานแย่ลง เป็นเพราะน้ำหนักตัวมากเกินไปทำให้น้องแมวขยับตัวลำบากไม่คล่องเหมือนกับแมวที่ผอม ก็เลยเลือกที่จะอยู่ที่เตี้ยๆ แทนนั้นเอง
      • ขนร่วง : แมวที่มีน้ำหนักมากเกินไปจะทำความสะอาดขนด้วยตัวเองได้ยาก ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอ่อนแอ และขนร่วงมากผิดปกติ

เมื่อพบสัญญาณต่างๆเหล่านี้ แนะนำให้ไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการปรับอาหารและตรวจรักษา ก่อนที่จะลุกลามไปกันใหญ่ หรืออาจจะเกิดโรคต่างๆที่ร้ายแรงกับน้องแมว รวมถึงอาจทำให้น้องแมวมีอายุไขสั้นลง ได้ถึง 2.5 ปี ถ้ารู้ยังงี้ อย่าลืมกลับไปดูแลรูปร่างของน้องแมวให้สมส่วน และอยู่กับเราไปนานๆ

แมวเป็นโรคอ้วนควรดูแลอย่างไร

หากน้องแมวเป็นโรคอ้วนแล้ว และอยากจะให้น้องแมวลดน้ำหนัก ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเรื่องอาหารที่เหมาะสมกับโรคและน้ำหนักตัวของแมว ตามวิธีนี้

      • เลือกอาหารแมวที่เป็น สูตรควบคุมน้ำหนัก ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
      • ให้อาหารน้องแมว โดยปรับเปลี่ยนจากการให้อาหารแบบบุฟเฟต์ โดยแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ แทน ประมาณ 2-3 มื้อต่อวัน
      • ชวนน้องแมวออกไปทำกิจกรรม เดินเล่นเป็นประจำเพื่อช่วยให้น้องได้ออกกำลังกาย
      • ให้แมวกินอาหารเสริมหรือขนมสำหรับแมวแบบพอเหมาะ ห้ามให้กินเยอะมากเกินไป
      • ให้สัตวแพทย์ประเมินระดับน้ำหนักตัวของน้องแมว ว่าอยู่ในสภาวะปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอื่นๆตามมาด้วยไหม
      • ควรปรึกษากับสัตวแพทย์ ถึงขั้นตอนการลดความน้ำหนัก และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากหากน้ำหนักน้องแมวลดลงอย่างรวดเร็วมากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะไขมันสะสมในตับ หรือโรค Hepatic Lipidosis ได้

อาหารที่เหมาะสำหรับแมวที่เป็นโรคอ้วน เป็นอาหารแบบไหน ให้อาหารอะไรได้บ้าง

อาหารคือส่วนสำคัญที่ให้แมวที่เป็นโรคอ้วน กลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นลองดูว่ามีสูตรอาหารแบบใดบ้างที่เหมาะสมต่อแมวที่เป็นโรคอ้วนนี้

1.สูตรอาหารไขมันต่ำ เป็นการควบคุมพลังงานที่เหมาะสม ในการลดน้ำหนักของน้องแมว โดยอาหารที่ให้ยังคงมีความน่ากินอยู่เพราะน้องแมวหลังทำหมันส่วนใหญ่จะทานอาหารในปริมาณมากขึ้นซึ่งก็จะทำให้เกิดปัญหาโรคอ้วนตามมาได้ง่าย

2.สูตรอาหารพลังงานต่ำ ทำให้ร่างกายของน้องแมวต้องดึงพลังงานออกมาใช้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของไขมัน

3.สูตรอาหารใยอาหารสูง ทำให้มวลของอาหารเพิ่มขึ้น เพิ่มความอิ่มและอยู่ท้องทำให้น้องแมวรู้สึกอิ่มได้นาน

4.สูตรอาหารแอลคาร์นิทีนสูง ก็จะมีส่วนช่วยในการเผาผลาญและลดมวลไขมันในร่างกายของน้องแมวด้วยจึงเหมาะสมในการควบคุมหรือลดน้ำหนักได้ดี

5.สูตรอาหารโปรตีนสูง เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อลดความเสี่ยงของการสลายกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้น้องแมวรู้สึกอิ่มมากขึ้น

ดังนั้นอาหารที่ผลิตออกมาสำหรับแมวแต่ละช่วงอายุจะมีปริมาณพลังงานหรือแคลอรี่ที่ต่างกัน ทางที่ดีที่สุด คุณควรเลือกอาหารให้เหมาะกับแมวของคุณ เพื่อให้เค้าได้รับพลังงานในแต่ละวันที่เหมาะสม ไม่ควรคำนึงถึงเรื่องลดน้ำหนักมากจนไปเกินไปเพราะไม่เช่นนั้นน้องแมวอาจไม่มีแรงหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอได้

สิ่งที่ควรป้องกัน เพื่อไม่ให้แมวเป็นโรคอ้วน

ถ้าคุณไม่อยากให้น้องแมวของคุณป็นโรคอ้วนและเสี่ยงกับโรคต่างๆที่ตามมา คุณควรหาวิธีป้องกันและดูแลเจ้าแมวเหมียว ให้ห่างจากโรคอ้วน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

      • พาน้องแมวไปเดินเล่นเป็นประจำ เพื่อฝึกวินัยให้น้องแมวได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
      • ควบคุมปริมาณอาหาร ของน้องแมวในแต่ละวันให้เหมาะสม
      • เลือกประเภทอาหารให้เหมาะสมกับวัยและสายพันธุ์ของน้องแมว
      • ใช้ของเล่น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้น้องแมวได้ขยับตัวบ้าง
      • ให้ขนมแบบพอเหมาะ เพียงแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
      • ให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ถ้าน้องแมวได้กินน้ำเพียงพอจะทำร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี

สำหรับเจ้าของแมวทั้งหลาย มักจะมองว่า แมวอ้วนคือแมวที่น่ารักแต่ในความอ้วนนี้อาจจะแฝงไปด้วยพิษภัยของโรคอ้วนที่มาอย่างเงียบ ๆ แต่ก็อาจจะมีอาการบ่งบอกให้เราได้รู้ ภัยเงียบเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ สะสม รอวันแสดงออกมาอย่างร้ายแรงทั้งในรูปแบบของ โรคหัวใจ โรคตับ ตับอ่อน เบาหวาน นิ่วและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และโรคอื่น ๆ อีกมากมายที่ล้วนมีปัจจัยเสริมมาจากความอ้วนอยู่ภายในตัวน้องแมวสุดที่รักทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าการเลี้ยงให้แค่ดูน่ารัก หุ่นสวยพอเหมาะ รูปร่างสวย แต่เน้นเรื่องอาหารแมว สูตรลดน้ำหนักเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก ที่ทำให้น้องแมวมีสุขภาพที่ดีและขนที่สวยงาม ดวงตาสดใส มีความร่าเริงน่ารักสดใสตามวัย จะเป็นเรื่องที่ดีมากที่สุดแล้ว


5 พฤติกรรมของเจ้าเหมียว ที่บ่งบอกความเป็นเจ้าของ

5 พฤติกรรมความกวนที่เหมียวทำ เพื่อบ่งบอกความเป็นเจ้าของ

แมวถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีพฤติกรรมความกวนมาเป็นอันดับ 1 ทั้งยังชอบแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของด้วยอาการหรือพฤติกรรมที่ค่อนข้างแปลกไปกว่าสัตว์ประเภทอื่น ดังนั้นจึงจะขอพาคุณไปดูพฤติกรรมความกวนที่เหมียวชอบทำ เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของ ดังนี้


1.นอนทับมันซะเลย!

ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นใดก็ตาม ถ้าน้องแมวของคุณถูกใจและต้องการมัน! จะขึ้นไปนอนทับทันที ซึ่งจะต่างไปจากการบอกรักที่ชอบทับของต่าง ๆ ตรงหน้าเจ้าของ หรือเป็นสิ่งของที่คุณกำลังสนใจอยู่ เพราะถ้าแมวต้องการสิ่งใดเป็นพิเศษ เพื่อต้องการนำไปเล่นหรือครอบครองไว้ก็จะขึ้นไปนอนทับทุกอย่างที่ต้องการแบบไม่ยอมลงมา ต่อให้แมวตัวไหนมากวนก็จะไม่ยอมออกจากจุดที่ทับไว้ ซึ่งเป็นการแสดงให้รู้ว่าสิ่งของนี้ถูกจองไว้แล้วนั่นเอง

 

2.ไถขนทิ้งกลิ่น

อีกหนึ่งวิธีบ่งบอกความเป็นเจ้าของ คือ การไถขนไว้ตามจุดต่าง ๆ เพื่อเป็นการทิ้งกลิ่น หรือถ้ามีสิ่งของใดที่ถูกใจเป็นพิเศษรวมไปถึงที่นอน จะทำการกลิ้งตัวไปทั่วและไถขนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการบอกให้แมวตัวอื่นรู้ว่าสิ่งของหรือสถานที่นี้เป็นของตัวเองเท่านั้น ห้ามเข้ามายุ่งเด็ดขาด

3.ตามติดตลอดเวลา

การแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของในตัวผู้เลี้ยง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความกวนของน้องแมว นั่นคือการเดินตามติดตลอดเวลา แทบไม่ละสายตาไปจากคุณ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะคอยเดินตามอยู่เสมอ แม้แต่เข้าห้องน้ำก็จะเคาะประตูเรียกหรือยื่นอุ้งเท้าน้อย ๆ ลอดช่องประตูเข้าไป เพื่อแสดงให้รู้ว่า “ฉันรออยู่นะ” นอกจากนี้ยังพยายามเข้าไปทุกห้องและเข้าไปอยู่ทุกส่วนในชีวิตของคุณ แม้แต่การนั่งทำงาน ขอเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ แล้วใช้ช่วงแก้มหนุนแขนคุณไว้ก็ยังดี!

4.เล่นอยู่กับคุณคนเดียว

ถ้ารักและต้องการเป็นเจ้าของแล้ว แมวจะเล่นอยู่กับสิ่งนั้นจนแทบไม่ยอมไปไหน เช่นเดียวกับการบ่งบอกความเป็นเจ้าของผู้เลี้ยง ดังนั้นแมวจะเล่นกับคุณเพียงแค่คนเดียว โดยจะไม่เล่นกับแมวตัวอื่นเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถ้ามีแมวตัวอื่นพยายามมาเล่นกับคุณก็จะรีบเข้ามาเล่นด้วยทันที! พร้อมทำท่าทีให้แมวอีกตัวรู้ว่า “ห้ามยุ่งกับเจ้าของฉันนะ เพราะฉันจองแล้ว”

5.ฉี่ใส่ซะเลย

อีกหนึ่งวิธีการแสดงความเป็นเจ้าของสถานที่หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ถือว่ากวนแบบสุด ๆ คือ การฉี่ใส่ทุกอย่าง แม้จะทำหมันมาแล้วแต่ก็ยังคงมีพฤติกรรมฉี่ใส่ของ, ฉี่ใส่ผ้าม่าน, ฉี่ใส่ที่นอน และฉี่ใส่ของทั่วบ้าน หรือแม้แต่เสื้อผ้าคนเลี้ยง เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงอาณาเขตและการแสดงความเป็นเจ้าของที่พาให้ผู้เลี้ยงรู้สึกปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวแล้วพบพฤติกรรมเหล่านี้ภายในแมวของคุณ ให้รู้ไว้เลยว่าน้องเหมียวกำลังแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของ ที่อาจจะทำให้คุณได้ทั้งรู้สึกขำและรู้สึกปวดหัวไปในเวลาเดียวกันอีกด้วย


5 วิธีบอกรัก เเบบฉบับ ของเจ้าเหมียว

5 วิธีบอกรักตามแบบฉบับน้องแมว แม้หน้าจะมึนแต่ก็รักนะ!

แม้ว่าน้องแมวจะดูไม่ชอบการแสดงออกถึงความรักต่อเจ้าของมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วแมวถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความฉลาดสูงและรักเจ้าของเหมือนกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพียงแต่การแสดงออกอาจจะเป็นไปตามอารมณ์มากกว่า สำหรับเจ้าของน้องแมวแล้วไม่ต้องรู้สึกเสียใจไป เพราะน้องแมวจะมีวิธีบอกรักเฉพาะตัวที่จะทำให้คุณรู้ว่าเขารักคุณจริง ๆ ดัง 5 วิธีต่อไปนี้


1.เดินคลอเคลีย

ถ้าน้องแมวเดินมาคลอเคลียทุกครั้งที่เจอหน้ากัน โดยเป็นการนำส่วนลำตัวมาไถขาหรือตัวของคุณ จะยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงความรักที่มีให้กับคุณเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ถ้าน้องแมวตัวไหนก้มศีรษะต่ำลง แล้วใช้ช่วงหัวไถที่แขนหรือขาของคุณจะยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงการยอมรับต่อตัวคุณมากขึ้น

2.งับนิดให้ตกใจเล่น!

แมวบางตัวแสดงออกถึงความรักไม่เก่ง จึงใช้วิธีการงับนิด ๆ ให้เจ้าของรู้สึกตกใจ แต่การงับนี้จะไม่ก่อให้เกิดแผลหรืออันตรายใด ๆ แค่ทำให้เจ้าของรู้สึกตกใจเพียงเล็กน้อย หรือบางตัวอาจจะใช้ฟันหน้างับช่วงแขน, ขา หรือข้อศอกของคุณเบา ๆ เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่า

3.นอนทับทุกอย่างที่คุณสนใจ

อีกหนึ่งรูปแบบการบอกรักของน้องเหมียวที่ถือว่าแปลกพอสมควร คือ เมื่อใดที่คุณนั่งทำงานหรือนั่งเล่นแล้วน้องแมวจะขึ้นมานั่งทับสิ่งของทุกอย่างที่คุณสนใจอยู่ เช่น หนังสือ, คีย์บอร์ดหน้าคอมพิวเตอร์ และสิ่งของต่าง ๆ ที่คุณกำลังสนใจอยู่  จะเป็นการแสดงให้รู้ว่าน้องแมวต้องการดึงความสนใจของคุณมาสู่ตัวเขา จึงเป็นการบอกรักประมาณว่า “สนใจฉันสิมนุษย์”

4.ทิ้งตัวต่อหน้าคุณเสมอ

ภาวะทิ้งตัวต่อหน้าเจ้าของ ไม่ใช่แค่เพียงการบอกถึงความผ่อนคลายของน้องแมวเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในรูปแบบของการบอกรักอย่างไว้ใจด้วยเช่นกัน เพราะถ้าน้องแมวไม่รู้สึกไว้ใจในสถานการณ์หรือผู้ที่อยู่รอบข้าง มักจะหลบซ่อนหรือนอนแบบเก็บเท้าเสมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกสบายใจ ไว้วางใจ และไม่เครียด จะทิ้งตัวต่อหน้าเจ้าของและนอนหงายเปิดพุงพร้อมกับเชิญชวนให้คุณได้ลูบขนของเขาอีกด้วย

5.เอาใจใส่คุณเป็นพิเศษ

เมื่อรักแล้วย่อมต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ดังนั้นน้องแมวจึงจะไม่ปล่อยให้คุณดูแลเขาแค่ฝ่ายเดียว จึงบอกรักคุณด้วยกันเลียที่แขนหรือขาของคุณที่เปรียบเสมือนเป็นการเลียขนทำความสะอาดให้ นอกจากนี้ยังมีบริการนวดเพิ่มเติม เพื่อทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งถือว่าเป็นวิธีบอกรักที่น่าประทับใจเลยทีเดียว

ถ้าคุณอยากรู้ว่าน้องแมวรักคุณหรือไม่? ลองสังเกตจากอาการเหล่านี้ ถ้ามีมากกว่า 1 อาการขึ้นไป แสดงให้รู้ว่าเขารักคุณมากและไว้วางใจ พร้อมเปิดใจที่จะรับคุณเป็นเจ้าของเต็ม 100% แล้วนั่นเอง


แชทถามเรื่องอาหารแมว
คลิกที่นี่เพื่อ แอดไลน์มาได้เลย แอด Line คลิก