เหมียวๆ มะนุด เราหิวแล้ว

ถ้าคุณต้องการให้เป็นอาหารสดทำเอง คุณควรเลือกให้มีสัดส่วนของโปรตีนสูง, ลดไขมันเสีย, คาร์โบไฮเดรต, น้ำตาล และโซเดียมลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวลดน้ำหนัก คือ เนื้อปลาทะเลสด, อกไก่, ไข่ และมันฝรั่ง เป็นต้น

หมอแมวเมียว

Master
หน้าแรก เกี่ยวกับแมว แมว เครียดมั้ย

เรื่องราวเกี่ยวกับ: แมว เครียดมั้ย

6 วิธีขจัดความเครียดแมว เรื่องที่เจ้าของควรรู้

6 วิธีขจัดความเครียดแมว เรื่องที่เจ้าของควรรู้

แมวถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่เครียดง่ายและมีความวิตกกังวลได้ค่อนข้างสูงแม้จะดูไม่ค่อยแสดงออกแต่จะมีพฤติกรรมที่ทำให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าแมวกำลังเครียดอยู่ซึ่งปัญหาของความเครียดและความวิตกกังวลอาจทำร้ายสุขภาพนำพาโรคร้ายมาสู่ตัวแมวและ กลายเป็นการซ้ำให้โรคที่เป็นอยู่นะขึ้นได้เช่นกันดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้แมวต้องเสี่ยงต่อปัญหาโรคต่างๆลองมาดู 6 วิธีขจัดความเครียดของน้องแมวดังนี้

1.ชวนแมวเล่นทุกวัน

หนึ่งในความเครียดของแมว คือ ความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อกิจกรรมที่ทำซ้ำซากในทุก ๆ วัน ดังนั้นคุณจึงควรชวนแมวของตัวเองเล่นให้บ่อยครั้ง นอกจากนี้ควรเพิ่มกิจกรรมที่จะสร้างความสนุกและปลดปล่อยพลังของแมว ด้วยการพาออกไปเดินเที่ยวนอกบ้าน เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์บ้างเป็นบางครั้ง การซื้อของเล่นแมวหรือเครื่องวิ่งสำหรับแมว เพื่อทำให้รู้สึกสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น จึงช่วยลดความตึงเครียดได้ดี

2.แสดงความรักให้มาก

วิธีลดความตึงเครียดที่ถือว่าทำให้ได้ผลมากที่สุด คือ การที่เจ้าของแสดงความรักที่มีต่อแมวอย่างชัดเจน เช่น การลูบขนแมวเบา ๆ, การนวดไปตามกล้ามเนื้อของแมว, พาน้องแมวของคุณไปอยู่ในห้องที่มีบรรยากาศเงียบสงบ หรือนำน้องแมวมาแปรงขนเรื่อย ๆ รวมไปถึงการพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จะช่วยทำให้แมวรู้สึกเครียดน้อยลงและกลับมาสดใสได้อย่างรวดเร็ว

3.ไม่เปลี่ยนที่นอนบ่อยครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือแค่ที่นอนของแมว ถ้าเคยอยู่ตรงไหนควรให้อยู่ตรงนั้น ไม่ควรย้ายที่บ่อยครั้งมากเกินไป เพราะการย้ายของใช้ส่วนตัว ที่นอน หรือแม้แต่การย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง จะทำให้แมวรู้สึกเครียดกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เป็นอย่างมาก แต่ถ้าจำเป็นต้องย้ายบ้านก็ควรจัดพื้นที่เป็นมุมสงบให้น้องแมวได้ปรับสภาพก่อน

4.แยกโซนเลี้ยง

ถ้ามีการรับน้องใหม่เข้ามาเลี้ยงภายในบ้าน ย่อมทำให้แมวตัวเก่าก็รู้สึกกังวลและตึงเครียดง่าย ดังนั้นควรแยกโซนเลี้ยงให้ชัดเจน เพื่อทำให้คุ้นเคยกันก่อนจึงค่อยเลี้ยงรวมกัน นอกจากนี้ถ้ามีแมวตัวใดที่ไม่สามารถเข้าพวกได้ ควรแยกเลี้ยงต่างหาก จะไม่ทำให้เกิดการทะเลาะกันและไม่ก่อให้เกิดความตึงเครียดกับแมวทั้งบ้าน

5.ให้ขนมและอาหารอร่อย

อีกหนึ่งวิธีลดความตึงเครียดของแมว คือ การให้ขนมแมวเลียหรือขนมแบบผสมแคทนิป เพื่อทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปพร้อมกับความอร่อย ส่วนอาหารควรเน้นเป็นอาหารเปียก รสชาติดี ผสมกับอาหารเม็ดกินอยู่ หรือปรับเปลี่ยนอาหารบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อให้ได้รสชาติที่แปลกใหม่ เพียงเท่านี้น้องแมวก็จะคลายความกังวลลงได้ดีเลยทีเดียว

6.พบสัตวแพทย์

ถ้าทำทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น ทั้งยังมีอาการที่ดูแย่ลง ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะความตึงเครียดนี้อาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายต่าง ๆ จึงควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้น้องแมวของคุณต้องเสี่ยงเสียชีวิตเร็วเกินไป

ถ้าคุณต้องการให้น้องแมวสุดที่รักมีอายุยืนยาวมากขึ้น ควรเลือกใช้ทั้ง 6 วิธีขจัดความเครียดแมวนี้ไปปรับเปลี่ยนความเครียดของแมวคุณ เพื่อให้กลับมามีพฤติกรรมที่สดใสร่าเริงและมีความสุขอีกครั้ง

ที่คนค้นหาเกี่ยวกับเนื้อหานี้ :

พฤติกรรมบ่งบอก “เครียดแล้วนะ!” ของแมวเป็นอย่างไร

พฤติกรรมบ่งบอก “เครียดแล้วนะ!” ของแมวเป็นอย่างไร

ความเครียดในสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องที่น่านิ่งนอนใจ โดยเฉพาะแมวที่แม้จะดูหน้านิ่งจนแทบไม่รู้กำลังว่ารู้สึกอย่างไรอยู่ แต่กลับกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถเครียดได้ง่ายมากที่สุด ที่สำคัญคือเมื่อเครียดแล้วจะยิ่งแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเดิม ดังนั้นถ้าคุณอยากจะรู้ว่าแมวเครียดจะมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ลองมาดูข้อบ่งชี้ดังนี้

1.แยกตัวอยู่เดี่ยว

ถ้าเป็นอาการเริ่มเครียดระยะแรก ๆ แมวจะเริ่มแยกตัวออกไปอยู่เดี่ยว แล้วซ่อนตัวตามมุมห้องหรือจุดต่าง ๆ ของบ้านที่มีบรรยากาศเงียบสงบ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและไม่ต้องการให้ใครเข้ามารบกวน

2.ก้าวร้าวผิดปกติ

เมื่อระดับของความเครียดเริ่มพุ่งสูงขึ้น น้องแมวจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติ จากที่เคยเป็นแมวนิ่ง ๆ ขี้อ้อน ไม่ค่อยดื้อหรือซน จะกลายเป็นแมวที่ไม่สามารถอยู่กับใครได้เลยแม้กระทั่งเจ้าของ เพียงแค่เข้าใกล้ก็แสดงอาการหงุดหงิดใส่หรือขู่ตลอดเวลา พฤติกรรมนี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าน้องแมวของคุณกำลังเครียดและวิตกกังวลสูงมาก

3.การตวัดหาง

สำหรับสุนัขแล้วการกระดิกหางถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะหมายถึงความเป็นมิตรและความดีใจ แต่สำหรับแมวแล้วการตวัดหางไม่ใช่เรื่องที่ดี โดยเฉพาะการตวัดแบบตีหางขึ้น-ลงกับพื้นเสียงดัง จะเป็นการบ่งบอกให้รู้ถึงความเครียด ความรู้สึกไม่ปลอดภัย และพร้อมที่จะจู่โจมทุกคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าแมวของคุณมีอาการนี้ให้ปล่อยทิ้งไว้สักครู่ จนกว่าการตวัดหางจะจบลง ไม่เช่นนั้นคุณอาจโดนแจกยันต์ได้

4.ร้องเสียงดังตลอดเวลา

ถ้าแมวมีความสุขดี อยู่ในบรรยากาศสบาย ๆ ก็มักจะนอนหลับหรืออยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ส่งเสียงร้องแต่อย่างใด ดังนั้นถ้าแมวของคุณเริ่มส่งเสียงร้องดังตลอดเวลาอย่างไร้สาเหตุ ทั้งยังเดินร้องรอบบ้าน นั่นหมายความว่าแมวของคุณเริ่มมีปัญหาความเครียดและกำลังรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

5.มีอาการกระสับกระส่าย

อาการเครียดในแมวที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ อาการกระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข บางตัวอาจจะมีการตะกุยประตูหรือมีการทำลายข้าวของในบ้าน จากที่เคยขับถ่ายเป็นที่ก็กลายเป็นการขับถ่ายไปทั่ว อาการเหล่านี้ถือว่าเป็นความเครียดที่สะสมอยู่ในตัวแมว ดังนั้นเจ้าของจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบลดความตึงเครียดลงหรือพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

ถ้าความเครียดของแมวมีเพิ่มสูงขึ้น อาจจะนำพาโรคร้ายต่าง ๆ ตามมามากขึ้น ดังนั้นคุณจึงควรต้องดูแลความรู้สึกของน้องแมวที่คุณรักให้มาก เพราะการคอยสังเกตเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับแมวของคุณ ถ้ามีอาการเครียดผิดปกติและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณก็จะพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา

 

ที่คนค้นหาเกี่ยวกับเนื้อหานี้ :

แชทถามเรื่องอาหารแมว
คลิกที่นี่เพื่อ แอดไลน์มาได้เลย แอด Line คลิก